สมัยนี้ผู้หญิงลำบาก
ดูสิ ! เกย์เต็มบ้านเต็มเมือง อย่างนี้ก็เสี่ยงสูงขึ้นนะ
ถ้าไม่ได้สามีเจ้าชู้ ก็กลัวว่าจะได้สามีเกย์
จะสมัยนี้หรือสมัยไหน
เพศแม่ก็ลำบากอยู่ดี ตราบใดที่ผู้ชายเกย์ยังขี้ขลาด
แอบอยู่ คอยขังและหลอกลวงตัวเองไปพร้อม ๆ กับชีวิตอื่นในครอบครัวว่า
ตัวเองมีความสุขดี
ส่วนที่ว่าเต็มบ้านเต็มเมือง
มันจริงเหรอ ? อันนี้ต้องถามกลับว่า มีใครรู้จริง
ๆ หรือว่ามีจำนวนมากแค่ไหน ?
ผมว่า กระทรวงวัฒนธรรมน่าจะสละเวลา รับหน้าที่สำรวจประชากรเกย์
จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย (ดีกว่าคอยส่งจดหมายให้หน่วยงานอื่นไปปิดเว็บโน้นเว็บนี้นะครับ)
อีกประการหนึ่ง
คนเราชอบหลงคิดไปว่า ผู้ชายผันตัวไปเป็นเกย์เพราะเลือก
ความจริงแล้ว เกย์ไม่ใช่ทางเลือกนะครับ เขาเกิดมาเป็นอย่างนั้นอง
แต่มีสองสิ่งที่เลือกได้คือ เลือกจะอยู่อย่างเปิดเผยไม่
กลัวคนรู้ หรือเลือกจะปิดบังตัวเองตลอดชีวิตต่างหาก
นั่นแหละครับถึงเรียกว่าเป็นทางเลือก
ในเรื่องความเสี่ยงของผู้หญิง
หากมองอีกมุม ก็มีผู้ชายหลายคนแต่งงานกับหญิงรักหญิงโดยไม่รู้ตัว
แต่สิ่งที่เรารับรู้และชอบตัดสิน มักจะไม่ค่อยยุติธรรมกัน
เพราะสังคมนี้ผู้ชายเป็นใหญ่
ยังไง ๆ ผู้หญิงที่หย่าเพราะสามีเป็นเกย์ ย่อมเป็นข่าวใหญ่กว่าผู้ชายหย่าเพราะภรรยาเป็นญรญ.
และที่เกิดขึ้นก็คือ ส่วนใหญ่แล้วฝ่ายหญิงจะเป็นผู้ออกมาเปิดเผยความรู้สึก
ส่วนฝ่ายชายจะหายจ้อย ผมว่าผู้หญิงที่ยอมรับความจริงและนำมันมาพูดให้คนอื่นฟังได้
เป็นคนเข้มแข็งมาก แต่เรื่องน่าเศร้าก็คือ สังคมชอบชี้นิ้วกล่าวโทษคนยอมรับความจริงว่า
พวกเธอไม่ดูตาม้าตาเรือเอง สม...
ต่อไปนี้
คุณผู้หญิงน่าจะดีใจและมีความเสี่ยงน้อยลง โลกไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
เหตุผลนานาที่ว่า ใคร ๆ เขาก็
ต้องแต่งงานกัน พ่อแม่ผมอยากให้แต่ง แต่งแล้วคงหาย
ผมอยากมีลูก เพราะบ้านผู้หญิงเขามีฐานะ เราน่าจะได้ยินคำพูดพวกนี้น้อยลง
อดีตสามีเกย์หมาด
ๆ ผู้หนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า พอพ่อแม่เขาจากไปทั้งคู่
เขาก็ขอเลิกรากับภรรยาทันทีเพราะเขารู้ว่า มันเป็นชีวิตจอมปลอม
เขาเห็นคนยอมรับตัวเองมากขึ้นตามสื่อ ตามท้องถนน
ตอนนี้มองกลับไปเขาแต่งงานเกือบสิบปี กว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้
เขาก็อายุเกือบห้าสิบแล้ว
เพื่อนผู้อาวุโสของผมคนหนึ่งรู้ตัวมาตั้งนานแล้ว
แต่ในยุคสามสิบปีก่อนโน้น ใคร ๆ เขาก็แต่งงานกัน
หลังจากหย่ากับภรรยาไปแล้วสองปี วันหนึ่งเขาโทรศัพท์กลับไปหาเธอ
เพื่อบอกว่า เหตุที่ขอแยกทางที่อ้างไว้น่ะ ไม่ใช่หรอก
เธอพูดขึ้นว่า ฉันรู้มาตั้งนานแล้วล่ะ เขาเพิ่งสบายใจเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้พูดความจริง
สองรายแรกโชคดีไม่มีลูกให้ต้องตัดสินใจลำบาก
แต่เพื่อนผมอีกคน มีลูกสองคน กว่าเขาคนนี้จะตัดสินใจเลือกทางเดินที่ตรงกับหัวใจ
และสบายใจอย่างแท้จริง ชีวิตเขาก็เริ่มเข้าวัยเกษียณแล้ว
ทำไมคนเราจะให้โอกาสกับตัวเอง
และมีชีวิตอย่างที่มันควรจะเป็น และมีความสุขกับมันจริง
ๆ ไม่ได้เสียที ?
เกย์ที่แต่งงานแล้วหลายคนกลัวสุดขีดที่จะเปิดเผยตัวเอง
เขาลงทุนไปมากแล้วนะ ทั้งหน้าตา เวลา ทรัพย์สิน
ในการสร้างตัวตนจำแลงขึ้นมา และปั่นหัวตัวเองให้เชื่อไปว่า
มันเป็นเกราะกำบังให้จิตใจคลายความหวาดผวา ไม่ต้องกลัว
และไม่ต้องเผชิญหน้ากับใคร ๆ
พวกเขามักฝันไปเองว่า
จะไม่โดดเดี่ยวแน่ ๆ ในชีวิตนี้ แต่ถามจริง ๆ
เถอะครับ ส่วนลึกสุดของหัวใจแล้ว คุณยังคงเหงา
และอ้างว้างอยู่ดี เพราะคุณพยายามแล้ว แต่คุณก็กอดภรรยาอย่างสุดหัวใจและอบอุ่นไม่ได้
ขณะเดียวกัน คุณก็เปิดใจให้กับผู้ชายคนนั้นไม่ได้เช่นกัน
?
โลกไม่เหมือนเดิมแล้ว
เพราะเราเห็นคนยอมรับตัวเองมากขึ้น และมีความสุขกับการเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
หลายประเทศกำลังตื่นขึ้น คืนสิทธิ์ที่ควรจะมีมานานแล้วให้ผู้ชายสองคน
หรือผู้หญิงสองคนที่คิดจะร่วมชีวิตกัน ให้เขาเลือกที่ชีวิตคู่กันได้หากต้องการ
และมีกฎหมายรองรับ
คู่เกย์
และคู่เลสเบี้ยนได้รับสิทธิ์ที่จะเลี้ยงดูเด็กกำพร้าได้เหมือนคู่หญิงชายที่อยู่ข้างบ้าน
ความเป็นคนรักเพศเดียวกัน ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย น่ากลัว
หรือมืดมนอีกต่อไป มันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาโดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่
สิ่งเหล่านี้เองทำให้เกย์รุ่นใหม่ไม่ต้องเดินตามรุ่นพี่
เมื่อมั่นใจกับทางเลือกที่มีมากขึ้น และรู้แล้วว่า
ตัวเองเป็นใคร ชอบคนเพศไหน ก็ไม่ต้องบีบตัวเองให้แต่งงานเพราะสังคมบอก
ไม่ต้องแต่งงานเพราะพ่อแม่อยากเห็นเป็นฝั่งเป็นฝา
ไม่ต้องแต่งงานเพราะกลัวหน้าที่การงานจะไม่ก้าวหน้า
เกย์ที่แต่งงานแล้วและไม่มีความสุขกับชีวิตที่ปั้นแต่งขึ้นจะค่อย
ๆ เผยตัวออกมามากขึ้น คนที่เลี้ยงลูกจนโตช่วยตัวเองได้แล้ว
และมีการงานมั่นคงมากขึ้น จะเปิดเผยตัวมากขึ้น
มันเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั่วโลก
ประเทศอย่างอเมริกา
พบว่า การหย่าเพราะสามีอยากเปิดเผยตัวมีมากขึ้น
และที่น่าสนใจ ผู้หญิงยุคใหม่ไม่ต้องพึ่งสามี
เราจึงจะเห็นญรญ.หลายคนทิ้งชีวิตสมรสไว้เบื้องหลังโดยไม่แยแสกระเป๋าของพ่อบ้าน
สังคมไม่ต้องตกอกตกใจไปนะครับ
เขากำลังเลือกทางเดินที่เขาเลือกได้เอง เขากำลังหมดความกดดันจากกรอบเดิมที่ทุกข์สาหัส
เขาจะเห็นพี่น้องร่วมโลกคนอื่นที่เปิดเผยตัว และความรู้สึกไม่ดีกับตัวเองและสิ่งที่ตัวเองเป็น
กำลังจะถูกแทนที่ด้วยความเป็นจริงที่เขาเพิ่งค้นพบ
และรู้ว่า เขาก็มีชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริงได้เช่นกัน
ขอขอบคุณข้อมูล จาก หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
www.manager.co.th